in , ,

พรีวิว Olmypus PEN E-PL9 อัพสเปคมาใหม่ พร้อมรองรับวิดีโอ 4K ในราคา 24,990 บาท

ในช่วงต้นปี 2018 หลายๆแบรนด์กล้อง ก็เริ่มที่จะปล่อยหมัดเด็ดของตัวเองออกมา โดยเฉพาะตลาดกล้องในกลุ่มเริ่มต้น ที่ส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับฟังก์ชั่นการเซลฟี่ ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นตลาดที่ขายดีมากๆ ในทวีปเอเชีย และยิ่งเฉพาะประเทศไทย ที่หลายๆแบรนด์กล้องต้องมาทำการ Research ในประเทศไทยกันเลยทีเดียว

สำหรับแบรนด์กล้องเซ็นเซอร์ Micro Four Trid อย่าง Olympus ที่มีไลน์สินค้า ในตระกูล EPL ที่ได้รับความนิยมอยู่พอสมควรในไทย ก็ไม่รอช้า รอเวลา ผ่านไป หนึ่งปีกว่าๆ ก็ยลโฉม Olympus E-PL9 มาเป็นที่เรียบร้อย (รอบการเปิดตัวของรุ่นเริ่มต้นจะเร็ว)

สำหรับการเปลื่ยนแปลงของรุ่น E-PL9 เมื่อเทียบกับ E-PL8 นั้นก็มีอยู่พอสมควรเลยครับ โดยเฉพาะการยกเครื่องหน่วยประมวลผล รวมถึง Software ต่างๆ ที่ทำให้ภาพที่ได้ขึ้นไปใกล้เคียงกับรุ่นพี่ Olympus OMD EM10 Mark 3 ที่ไฟล์ Jpeg นั้นออกมาในแบบใสๆ ซึ่งก็คือใช้หน่วยประมวลผล TruePic VIII รุ่นเดียวกับ EM1 Mark2

รอบกล้อง 

สำหรับการดีไซน์ของตัวกล้อง Olympus E-PL9 ยังคงกว่าเป็นจุดเด่นของตระกูลนี้เลยครับ ด้วยความพรีเมี่ยมของวัสดุ โดยเฉพาะการหุ้มหนังรอบบอดี้ ซึ่งในรุ่น E-PL9 นั้นก็ได้เพิ่มกริ๊ปเข้ามาเพื่อให้สามารถจับถือได้ถนัดมือยิ่งขึ้น สำหรับในรุ่น E-PL9 ก็มาพร้อมกับสามสี ดำ ขาว และน้ำตาล และอีกหนึ่งสีพิเศษที่ต้องรอติดตามว่าจะนำเข้ามาไหม นั้นก็คือสีน้ำเงิน

ตัวกล้อง Olympus E-PL9 ที่แตกต่างชัดมากจากรุ่นเก่านั้นก็คือ มีแฟลชในตัวกล้อง (รุ่นเก่าจะแยกมาให้ในกล่อง) ซึ่งก็สะดวกมากๆ ตอนไหนอยากใช้แฟลชก็เพียงแค่กดปุ่ม ก็เด้งขึ้นมา แถมแฟลชลักษณะนี้มันสามารถใช้นิ้วดันให้หันขึ้นเพดาน เพื่อให้แสงแฟลชสะท้อนจากเพดานได้ครับ

ด้านหลังมีหน้าจอสัมผัสขนาดสามนิ้ว ที่ซึ่งยังคงใช้แบบพับจอลงล่างเหมือนรุ่นก่อนหน้า ข้อดีของจอแบบนี้ก็คือ เวลาเซลฟี่ตาจะดูธรรมชาติกว่าการใช้จอเซลฟี่ขึ้นบน แต่ต้องและมาด้วยไม่สามารถใช้ขาตั้งกล้องได้ ขณะที่พับจอลงนั้นเองครับ  

กล้อง Olympus E-PL9 สีน้ำตาล

สเปค Olympus PEN E-PL9

  • ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล
  • กันสั่นในตัวกล้อง 3 แกน
  • ระบบโฟกัส Contrast Detection 121 จุด
  • หน้าจอพับลงด้านล่างแบบสัมผัสขนาด 3 นิ้ว
  • ถ่ายภาพต่อเนื่อง 8.6 ภาพต่อวินาที
  • สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K
  • 4K Photo
  • ฟิวเตอร์ Art “Instant Film”
  • เพิ่ม Advanced Photo mode (AP) 
  • อินเตอร์เฟสรูปแบบใหม่
  • มีแฟลชในตัว
  • Wi-Fi, Bluetooth ในตัว
  • ขนาด 117 × 68 × 39 mm
  • น้ำหนัก 380g.

ในด้านการพัฒนาสเปคของกล้อง Olympus E-PL9 นั้น ก็มีการพัฒนาขึ้นมาพอสมควร อย่างแรกนั้นก็คือการรองรับวิดีโอ 4K ได้ 30FPS โดยผลพวงมาจากการเปลื่ยนหน่วยประมวลผลมาเป็น TruePic VIII ที่เป็นตัวเดียวกับ EM10 Mark3 และรุ่นพี่อย่าง EM1 Mark2

ที่มา mirrorlesscomparison

สำหรับการพัฒนาของระบบโฟกัส ก็ได้ยกชุดระบบโฟกัสใหม่ ด้วยการเพิ่มจุดโฟกัสจากรุ่นเก่า 81 จุดมาเป็น 121 จุดใน E-PL9 ซึ่งนอกจากจะเยอะกว่าเดิมแล้วยังคลอบคลุมภาพมากกว่าเดิมด้วยครับ

อีกจุดใหญ่ของการเปลื่ยนแปลงของกล้อง E-PL9 ก็เป็นเรื่องของชุดระบบชัตเตอร์ ที่สามารถทำความเร็วในการถ่ายต่อเนื่องได้เพิ่มขึ้น ที่ 14.1fps ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ชัตเตอร์ และความเร็วชัตเตอร์ยังคงเป็น 1/4000 วินาทีสำหรับชัตเตอร์แบบแมคคานิค และ 1/16000 วินาที สำหรับอิเล็กทรอนิกส์ชัตเตอร์

การเชื่อมต่อของกล้อง E-PL9 ก็ได้นำเทคโนโลยีเข้ามา นั้นก็คือการเชื่อมต่อกล้องด้วย บลูทูธ ซึ่งจะทำงานควบคู่กับ Wifi โดยข้อดีของมันคือ การเชื่อมต่อแบบบลูทูธนั้นจะประหยัดพลังงานมากกว่า แต่การส่งข้อมูลนั้นค่อนข้างช้า ทาง Olympus จึงนำเอาสองอย่างนี้มาประยุกต์เข้าด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น หากเราใส่กล้องไว้ในกระเป๋าอยู่ แล้วต้องการดูรูป ตัวบลูทูธจะสั่งงานกล้องให้เปิดเครื่องขึ้นมา แล้วเชื่อมไวไฟให้อัตโนมัติเพื่อให้พร้อมกับการส่งถ่ายข้อมูล

สำหรับราคาของกล้อง Olympus E-PL9 ก็อยู่ที่ 24,990 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ค่อนข้างสูงสุดในกลุ่มกล้องเซลฟี่รุ่นเริ่มต้น แต่ก็แลกมาด้วย วัสดุที่พรีเมี่ยมและสเปคที่ใส่เข้ามาค่อนข้างครบเครื่องเลยละครับ

สรุปโดยรวม กล้อง Olympus E-PL9 ถือว่าพัฒนาจากรุ่นก่อนหน้านั้นขึ้นมาพอสมควรเลยละครับ เห็นภายนอกดูคล้ายเคียงกับรุ่นที่แล้ว แต่ภายในได้ยกสเปคใหม่ขึ้นมา ทั้งในเรื่องของหน่วยประมวลผล TruePic VIII ที่ได้ยกมาตรฐานของไฟล์ของกล้อง Olympus ขึ้นมา ด้วยเอกลักษณ์ ที่มีความใสของไฟล์ภาพ จนหลายๆคนบอกว่าสามารถจบหลังกล้องได้เลย และโหมดใหม่ AP ที่ช่วยให้เข้าถึงโหมดต่างๆได้ง่ายขึ้นก็ใส่มาใน E-PL9 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ในแง่ของระบบโฟกัส และ ชัตเตอร์ ก็อัพสเปคขึ้นมา จนเหลือๆสำหรับกล้องรุ่นเริ่มต้นแล้วครับ การโฟกัสบน System 4/3 นั้นให้อารมณ์ที่สนุก ฉับไว แน่นอน ด้านวิดีโอก็อัพเกรดมาให้เป็น 4K เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับรุ่นนี้ก็ไม่มีที่เสียบไมค์นะครับ

ก็สำหรับคนที่สนใจก็สามารถไปลองเล่นลองจับ สอบถามพนักงานได้ตามร้านกล้องครับผม ถ้าถูกใจก็รูดบัตรหิ้วกลับบ้านได้เลย!

แสดงความคิดเห็น