in ,

(รีวิว) เจาะ 17 ประเด็น Panasonic Lumix GH5 กล้องเน้นวิดีโอที่รองรับ 4K 60FPS สี 10 Bit !!

กลับมาพบกับรีวิวกันอีกแล้วครับ รอบนี้ Panasonic ในนาม บริษัท พานาโซนิค ซิล เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทที่จัดจำหน่ายสินค้ากล้อง Panasnonic Lumix อย่างเป็นทางการในประเทศไทยนั้นเองครับ ซึ่งบริษัท ได้ใจดีมากๆ ส่งกล้องหลายๆตัวมาให้ทีมงาน ThePeakFoto ได้ลองกันเรื่อยๆ ซึ่งรอบนี้มาถึงคิวของกล้องมหาเทพแห่งงานภาพเคลื่อนไหวในราคา “เจ็ดหมื่น” Panasonic Lumix GH5 หรือ พานาโซนิค ลูมิกซ์ จีเอชไฟว์ นั้นเองครับ

กล้อง Panasonic ในตระกูล GH ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ทำให้ Panasonic ให้ความสำคัญกับกล้องในตระกูลนี้มาก ซึ่งจุดเด่นของกล้องนี้ต้องยกให้กับงานถ่ายภาพเคลื่อนไหว ที่จัดเต็มจัดหนักมาในทุกรุ่น ตั้งแต่สมัยก่อน

 

  • Panasonic GH1 ในปี 2009 สามารถถ่ายวิดีโอได้ในระดับ Full HD 25FPS
  • Panasonic GH2 ในปี 2011 สามารถถ่ายวิดีโอได้ในระดับ Full HD 60FPS
  • Panasonic GH3 ในปี 2013 สามารถถ่ายวิดีโอได้ในระดับ Full HD 60FPS
  • Panasonic GH4 ในปี 2014 สามารถถ่ายวิดีโอได้ในระดับ C4K (4096X2160) 30FPS
  • Panasonic GH5 ในปี 2017 สามารถถ่ายวิดีโอได้ในระดับ C4K (4096X2160) 60FPS ในระดับ 10 Bit

จะเห็นได้ว่ากล้อง Panasonic GH เป็นผู้นำในด้านวิดีโอในตระกูล Mirrorless มายาวนานกว่า 8 ปีแล้ว ตั้งแต่สมัย Full HD เข้ามามีบทบาทในงานภาพเคลื่อนไหว หรือ ในปี 2014 ที่กล้อง Panasonic GH4 เป็นกล้อง MRL ตัวแรกที่สามารถถ่ายวิดีโอในระดับ 4K ซึ่งในปี 2017 นี้ Panasonic ได้เปิดตัว GH5 ด้วยจุดเด่น 4K 60FPS และ สีที่กว้างขึ้นในระดับ 10 Bit

ทำความรู้จัก Panasonic GH5

กล้อง Panasonic GH5 เป็นกล้อง Mirrorless สามารถถอดเปลื่ยนเลนส์ได้ ในระบบ Micro Four third ที่ออกแบบมาเน้นในเรื่องของงานวิดีโอเป็นพิเศษ ซึ่งพูดได้เลยว่า Panasonic มีเทคโนโลยีของกล้อง Mirrorless แบบไหน ก็ใส่มาในรุ่นนี้หมดเลยละครับ ในส่วนของสเปคก็ด้านล่างนี้เลยครับ

สเปค Panasonic Lumix GH5

  • เซ็นเซอร์ micro four thirds ความละเอียด 20.3 ล้านพิกเซล
  • สามารถถ่าย 4k ได้ที่  30p (400 Mbps) หรือ 60p (150 Mbps) ที่ 10 Bit 4:2:2
  • สามารถถ่าย Full HD ที่ 180 FPS
  • Picture Style like709,V-LogL,Cine like V, Cine Like D, Hybrid Log Grammar สำหรับโหมดวิดีโอ
  • 6K Photo ที่ 30 ภาพต่อวินาที และ 4K Photo ที่ 60 ภาพต่อวินาที
  • ISO 200-6400 สามารถขยายได้ 100-25600
  • Speed Shutter 1/8000-60 วินาที สำหรับชัดเตอร์ทั่วไป และ 1/16000-1 วินาที สำหรับ Electronic Shutter
  • ถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุด 12 ภาพต่อวินาทีเมื่อโฟกัสครั้งแรก และ 9 ภาพต่อวินาทีเมื่อถ่ายภาพต่อเนื่อง
  • SD Card ความเร็ว UHS-II ทั้ง 2 ช่อง
  • หน้าจอ OLED Live View Finder ขนาด 0.76x ความละเอียด 3.68 ล้านพิกเศล
  • หน้าจอสัมผัสพับได้ขนาด 3.2 นิ้ว ความละเอียด 1.620 ล้านพิกเซล
  • ระบบโฟกัสแบบ Constrast AF จำนวน 225 จุด เลื่อนจุดโฟกัสด้วย Joystick
  • ระบบวัดแสง 1,728 โซน
  • Wi-Fi a/b/g/n/ac (ความถี่ 2.4 และ 5 Ghz)
  • พอร์ทเชื่อต่อ USB-C Gen 1, Full HDMI
  • ช่องเสียบไมค์และหูฟัง
  • ขนาด 138.5 x 98.1 x 87.4 mm.
  • น้ำหนัก 725 กรัม เมื่อรวม SD Card และ Battery

17 ประเด็นเน้นๆ

1. บอดี้มีขนาดใหญ่ จับถนัดมือ น้ำหนักไม่ถึงกับเบา กันละอองน้ำ ละอองฝุ่น


สำหรับงานระดับมืออาชีพ คงต้องการกล้องที่จับถนัดมือ ที่จะช่วยให้เวลาทำงานนั้นมีความมั่นคง ลุยได้ในหลายๆสถาณการณ์ ซึ่ง GH5 รุ่นนี้มีกริปที่ขนาดใหญ่มากๆ และตัวบอดี้ที่มีขนาดอยู่ในระดับกลางๆ ประมาณ Compact Full Frame DSLR เท่านั้น ซึ่งแลกมากับน้ำหนักที่ค่อนข้างหนักพอส
ในแง่ของกล้อง Mirrorless โดยอยู่ที่ราวๆ 725 กรัม ในส่วนของวัสดุนั้นก็แข็งแรงมากๆ เป็นแม็กนีเซียมอัลลอย มาพร้อมกับซีลยางกันละอองน้ำละอองฝุ่น ทำให้สถานที่ ที่มีฝุ่นเยอะ หรือ มีละอองน้ำ ก็ยังสามารถใช้งานกล้องตัวนี้ได้ (ควรใช้คู่กับเลนส์ที่มีคุณสมบัตินี้ด้วยนะครับ)

2. ปุ่มเพียบ! กล้องอะไรมีปุ่ม Fn ถึง 5 ปุ่ม ใช้งานได้สะดวกสุดๆ

การใช้งานในระดับมืออาชีพนั้นต้องปรับค่าอะไรมากมาย ซึ่งกล้อง Panasonic GH5 นั้นตอบโจทย์แน่นอน เพราะกล้องรุ่นนี้แทบจะเป็นกล้อง Mirrorless ที่ปุ่มเยอะที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยมาพร้อมกับปุ่ม Fn (ฟังก์ชัน) ถึง 5 ปุ่ม ที่สามารถปรับแต่งได้อย่างอิสระทั้งห้าปุ่ม สำหรับ Dial ทั้งหมดที่ให้มาก็มีถึง 3 Dial ด้านหน้า ด้านหลัง และบริเวณปุ่ม 4 ทิศทาง สำหรับการปรับค่าพื้นฐานทั้ง White Balance ค่า ISO ค่าชดเชยแสง ก็มีปุ่มแยกอิสระด้านบน พร้อมกับปุ่มอัดวิดีโอขนาดใหญ่!

3. ช่องใส่การ์ด UHS-II ทั้งสองช่อง พร้อมไฟสถานะการเขียน/อ่าน

ช่องใส่การ์ดสองช่อง สำหรับงานมืออาชีพ ต้องบอกได้เลยว่า MUST HAVE ! เพราะจะช่วยให้เราสามารถตั้งค่าให้กล้อง เขียนข้อมูลลงทั้งสองการ์ดควบคู่กันไป เพื่อป้องกันหากการ์ดใดการ์ดนึงเกิดมีปัญหาขึ้นมา ก็ยังเหลือการ์ดอื่นมาส่งงานลูกค้าได้

แต่หากใครมองว่าไม่จำเป็นก็สามารถใช้เพื่อเพิ่มความจุได้ ตัวกล้องจะสลับการ์ดให้เอง หากการ์ดใดการ์ดนึงเต็ม

4. จอยสติ๊ก เลื่อนจุดโฟกัส เลื่อนเมนูทำได้ง่ายๆ

จอยสติ๊กก็ถือว่ามีประโยชน์มากๆ โดยกล้อง Panasonic GH5 รุ่นนี้ถือว่าเป็นรุ่นแรกที่ทางพานาโซนิคใส่เข้ามาให้ สำหรับประโยชน์ของมันนั้น ก็มีไว้สำหรับเลื่อนจุดโฟกัส ซึ่งมันจะสะดวกมากๆ และยังสามารถใช้เลื่อนเมนูหรือเลื่อนเวลาดูภาพได้อีกด้วย

5. ช่องมองภาพขนาดใหญ่ ความละเอียดสูง

เนื่องจากเป็นกล้องรุ่นท็อปของ Panasonic Lumix Mirrorless ทำให้ทางพานาโซนิคได้ใส่ช่องมองภาพ (EVF ) ขนาดใหญ่เข้ามา ซึ่งมีขนาดถึง 0.76x ความละเอียด 3.68 ล้านพิกเซล แถมจากที่ทีมงานได้ลองต้องบอกเลยว่ากระพริบหรือแลค น้อยมากๆ

6. เซ็นเซอร์ Live Mos ความละเอียด 20.3 MP 

เซ็นเซอร์ขนาด Micro Four Thirds ความละเอียด 20.3 ล้านพิกเซล สำหรับคุณภาพนั้นก็เหลือๆครับ ในด้านภาพนิ่งก็สามารถใช้งานได้ดี มีเพียงแต่ข้อด้อยของเซ็นเซอร์เล็กที่จะมี Noise ค่อนข้างเยอะใน ISO สูงๆ และทำละลายหลังได้ยากกว่าเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่

7. ถ่ายวิดีโอได้ละเอียดถึง C4K 24FPS ALL-I Bitrate 400 Mbps  

กล้อง Panasonic GH5 เป็นกล้องที่สามารถถ่ายวิดีโอได้ความละเอียดสูงมากๆ ด้วย Bitrate ที่สูงถึง 400 Mbps มากกว่ากล้องระดับมืออาชีพทั่วไปถึง 4 เท่า ทำให้การ Granding วิดีโอมีคุณภาพที่ดีขึ้นมาก แต่ในส่วนตัวที่ทีมงานได้ลองใช้มา ในงานทำคลิปรีวิวหรือข่าว จะถ่ายความละเอียด 4K ที่ 30 FPS หรือ 60FPS 8 Bit มากที่สุด เนื่องด้วยเป็นงานที่ต้องการความรวดเร็วและไม่ได้แก้ไขสีมากนัก

สำหรับการใช้ที่มีความละเอียดสูงๆนั้น (10Bit) จำเป็นต้องใช้การ์ดความเร็วสูง หรือ การ์ด USH-II นั้นเอง ซึ่งมีความสามารถในการเขียนประมาณ 250MB/S ต่างจากเมมโมรี่ USH-I ที่มีความเร็วในการเขียนได้เต็มที่ประมาณ 95 MB/S เท่านั้น

8. โฟกัส 225 จุดแบบ Constrast Detection รวดเร็วทันใจ

ระบบโฟกัสแบบ Constrast Detection จำนวน 225 จุด ครอบคุมเกือบทั่วทั้งหน้าจอ แถมยังสามารถจิ้มโฟกัสที่ส่วนไหนของหน้าจอสัมผัสขนาด 3.2 นิ้ว การตอบสนองดีคล้ายบนสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปๆเลยทีเดียว ที่สำคัญมีพื้นที่โฟกัสให้เลือกตามความต้องการอีกด้วย แถมยังมีระบบ Tracking ช่วยติดตาม Subject  ต่างๆได้ทั่วจอ

9. โฟกัสวิดีโอมีความแม่นยำ มีความนุ่ม ไม่ถึงกับเร็วมาก และไม่ถึงกับช้าเกินไป

แม้ว่าโฟกัสในส่วนของภาพนิ่งจะทำได้รวดเร็วและแม่นยำมาก แต่ในส่วนของวิดีโอทาง Panasonic ได้ปรับแต่งให้เหมาะสมกับงานวิดีโอมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในเวอร์ชั่น 2.00 ยังได้เพิ่มให้มีความแม่นยำ และ นุ่มนวลมากกว่าเวอร์ชั่นแรกพอสมควรเลยทีเดียว

10. กันสั่นในบอดี้ 5 แกนที่ดีมากๆ ยิ่งใช้ร่วมกันเลนส์ที่รองรับ I.S. 2

ในงานวิดีโอ กันสั่นจะมีประโยชน์มากๆ โดยกล้องรุ่นนี้มาพร้อมกับกันสั่น 5 แกนภายในบอดี้ ทำให้ไม่ว่าจะใส่เลนส์อะไรก็ตาม ก็ยังสามารถใช้งานกันสั่นได้ โดยหากใช้ร่วมกับเลนส์ที่รองรับ Dual IS ก็ยิ่งจะช่วยแก้การสั่นได้ดียิ่งขึ้น

หากถามว่าดีขนาดไหน จากที่ทีมงานลองมานั้น สามารถถือถ่ายวิดีโอแบบยืนอยู่นิ่งๆ โดยวิดีโอแทบไม่มีความสั่นไหวใดๆเลย ซึ่งจะมีประโยชน์มากๆในงานที่ต้องการความคล่องตัวสูง ที่ไม่ต้องการพึ่งอุปกรณ์กันสั่น หรือ ขาตั้งกล้องใดๆ เช่นงานข่าว หรือ งานถ่ายรายการท่องเที่ยว

11. เลนส์ที่ใช้ร่วมกับขนาดเล็ก กระทัดรัด มีครบทุกระยะ

สำหรับเลนส์ที่หลักๆที่สามารถใช้ร่วมกับกล้องตัวนี้ได้นั้น ก็ต้องเป็นเลนส์เมาท์ 4/3 หรือที่คุ้นเคยๆกันก็เป็นยี่ห้อ Panasonic และ Olympus โดยในชุดขายนั้นจะมีให้เลือกทั้งหมดสองชุดด้วยกัน

ชุดแรกมาพร้อมกับเลนส์ 12-60 mm F/2.8-4 Leica 

เลนส์ระยะปานกลาง เทียบเท่าประมาณ 24-120 mm มาพร้อมกับกันสั่นภายในเลนส์ รูรับแสงอยู่ที่ f/2.8-4 ค่อนข้างแคบในช่วงเทเลเหมือนกันครับ โดยเลนส์รุ่นนี้ Leica ร่วมออกแบบด้วย ทำให้คาแร็คเตอร์เลนส์รุ่นนี้ จะออกหวานๆหน่อยๆ ครับ

ชุดที่สองมาพร้อมกับเลนส์ 12-35 mm F/2.8 

เลนส์ระยะปานกลาง เทียบเท่าประมาณ 24-70 mm มาพร้อมกับกันสั่นภายในเลนส์ รูรับแสงอยู่ที่ f/2.8 โดยเป็นเลนส์ที่รูรับแสงค่อนข้างกว้าง อีกทั้งยังเป็นเลนส์ที่มีความคมมากๆด้วยครับ แล้วเลนส์อื่นๆละ? 

ต้องบอกเลยว่ากล้องรุ่นนี้ มีผู้ผลิตเมาต์ตัวแปลงมากมาย เนื่องจากเป็นกล้องที่มีคนเอาไปถ่ายหนังจริงๆ ทำให้เราจะเห็นกล้องตัวนี้ถูกนำไปใส่กับเลนส์ภาพยนต์

หรืออีกเลนส์ตัวนึงที่คนทำ VLOG ชื่อดังอย่าง Casey Neistat หรือ Kai W ใช้คู่กับกล้อง GH5 นั้นก็คือเลนส์ Lumix G 7-14 mm f/4 ซึ่งเป็นเลนส์ที่ทีมงานใช้คู่กับกล้อง GH5 มากที่สุดด้วยครับ เนื่องจากระยะกำลังสวยในงานทำข่าว เทียบเท่า 14-28 mm และเป็นเลนส์ที่มีขนาดเล็กและเบามากๆ

12. ควบคุมกล้องได้ผ่านโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ได้

การควบคุมตัวกล้องด้วยมือถือนั้นก็คงเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว เพราะว่า ในปัจจุบันกล้องทุกรุ่นที่ขายในปัจจุบันก็รองรับการเชื่อมต่อผ่านแอพได้แล้ว แต่ที่สิ่งที่น่าสนใจอยู่ที่โปรแกรม Lumix Tether ที่ ทางพานาโซนิคได้เปิดตัวเมื่อไม่กี่เดือนก่อน สำหรับหน้าที่ของโปรแกรมนี้นั้นก็คือ ควบคุมตัวกล้อง พร้อมแสดงภาพจากตัวกล้องแบบ Real Time ด้วยคอมพิวเตอร์ รองรับทั้ง Windows และ Mac OS อีกทั้งยังสามารถ่ายโอนข้อมูล ภาพ หรือ วิดีโอ หลังถ่ายเสร็จเข้าคอมพิวเตอร์ได้ทันที ด้วยสาย USB-C เพียงเส้นเดียว

13. เมนูตัวกล้องไม่เหมือนรุ่นอื่น หน้าตาดี เข้าใจง่าย แต่เยอะมาก!

เมนูตัวกล้อง Panasonic GH5 ถือว่าเป็นเจนเนเรชั่นใหม่เลยก็ว่าได้ โดยการดีไซน์มาใน Flat Design มีความสวยงาม ทันสมัย ที่สำคัญสามารถปรับแต่งได้เยอะมาก! หากใครที่ใช้งานใหม่ๆ ต้องงงอย่างแน่นอน แต่ใช้ไปสักพักก็จะชินและติดใจกับการปรับแต่งได้อย่างละเอียดของมันอย่างแน่นอนครับ  สำหรับการปรับแต่งตั้งค่าต่างๆของวิดีโอตัวนี้ ก็ใส่มาทั้งหมด 4 หน้าด้วยกัน หน้าละ 8 เมนู และ เมนูการปรับค่าแมนนวลของวิดีโอ อีก 13 เมนู ทั้งหมดเป็น 32+13 = 45 เมนู

อีกหนึ่งความใส่ใจของพานาโซนิคคือ หากใครไม่เข้าใจเมนูใดๆ ก็สามารถกดปุ่ม DISP. เพื่อดูคำอธิบายของเมนูนั้นได้ สุดยอดมากๆ

14. พอร์ตเชื่อต่อ USB-C, Full HDMI, ช่องเสียบไมค์, หูฟัง จัดเต็มสุดๆ

HDMI ขนาดใหญ่ มีความเสถียร ไม่ต้องกังวลเรื่องตัวแปลง ซึ่งเป็นพอร์ตที่ไม่มีกล้อง Mirrorless รุ่นไหนให้มาอย่างแน่นอน ในเรื่องการส่งถ่ายข้อมูลก็มาพร้อมกับพอร์ตใหม่ล่าสุดอย่าง USB Type C ที่จะช่วยให้การส่งถ่ายข้อมูลนั้นเร็วมากๆ

ในเรื่องของการต่อไมค์นั้น ก็มาพร้อมกับช่องเสียบ 3.5 ที่อยู่ด้านบน ทำให้เวลาเสียบไมค์ไปแล้ว ก็ยังสามารถพลิกจอได้อย่างอิสระ ส่วนของอีกช่องนั้น ก็เป็นช่องสำหรับเสียบหูฟัง เพื่อไว้มอนิเตอร์เสียงนั้นเอง

15. รองรับ VLOG-L แถมพานาโซนิค ประเทศไทย แถมให้ฟรี! (มูลค่า 3,000 กว่าบาท)

V-Log L หรือ Profile Granding คล้ายกับการถ่ายไฟล์ DNG ในภาพนิ่ง โดยตัวกล้องจะเก็บรายละเอียดมาให้มากที่สุด ทั้งส่วนมืดและส่วนสว่าง ทำให้การมาปรุงแต่งสีตอนหลัง สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงกว่าการทั่วไป ซึ่งตามปกติต่างประเทศจะต้องซื้อแยกหากใครต้องการ Profile อันนี้ แต่ในประเทศไทย เครื่องศูนย์ไทยทั้งหมดจะแถม V-Log L มาให้ฟรีๆเลยครับ

16. สามารถทำ Slow Motion ได้ในระดับ Full HD 180 FPS 

สำหรับใครที่ต้องการถ่ายวิดีโอแบบ Slow Motion นั้นกล้องตัวนี้ก็สามารถดึง FPS สูงสุดได้ถึง 180FPS ที่ความละเอียดสูงถึง 1080P เรียกได้ว่าโหดมากๆ แต่ต้องแลกมาด้วยข้อจำกัดที่ต้องเป็นโฟกัสแบบแมนนวล และ สปีดชัตเตอร์ต่ำสุดต้อง 1/200 เท่านั้น โดยจะเป็นโหมด Variable Frame Rate แบบตัวกล้องจะประมวลให้ช้าลงให้ และ แปลงเป็น 30 FPS ให้อัตโนมัติ

17. ประกันพิเศษสำหรับกล้องรุ่นโปร การันตีซ่อมเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง!

กล้อง Panasonic Lumix GH5 มาพร้อมกับประกันการใช้งานถึง 2 ปี ที่สำคัญ ทางพานาโซนิคได้เปิดโปรแกรมพิเศษ สำหรับกล้องระดับมืออาชีพ หากนำมาส่งซ่อม จะสามารถซ่อมเสร็จให้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง เรียกได้ว่าเอาใจคนทำงานมืออาชีพมากๆ หากใครที่จำเป็นต้องใช้งานกล้องตลอด ก็ไว้ใจได้เลยครับ

สรุป

กล้อง Panasonic Lumix GH5 เป็นกล้อง Mirrorless ที่ออกแบบมาเน้นในงานของวิดีโอโดยตรง ทำให้เห็นได้เลยว่า ทุกการออกแบบ การดีไซน์ ฟังก์ชั่นต่างๆ เน้นหนักไปที่การสนับสนุนงานวิดีโอ แต่ในเรื่องภาพนิ่งก็ไม่ได้แย่แต่อย่างใด ประสิทธิภาพยังทำออกมาได้ดีสมกับเป็นรุ่นเรือธงของ Panasonic

สำหรับประสิทธิภาพของการถ่ายวิดีโอนั้น ต้องเรียกได้ว่า เหลือกันเหลือใช้มากๆ โดยเฉพาะการถ่ายทุกความละเอียดของกล้องตัวนี้ไม่มีอาการค้างหรือร้อนเกินอย่างแน่นอน แม้จะถ่ายวิดีโอความละเอียดถึง 4K 60FPS 10 Bit ที่กินทรัพยากรและแบตเครื่องมากๆ ยิ่งไปดูขนาดของไฟล์ที่ถ่ายมาได้แล้ว จะรู้สึกได้เลยว่ากล้องตัวแค่นี้ แต่บันทึกคุณภาพออกมาได้โหดมากๆ

คุณภาพวิดีโอที่กล้อง Panasonic ให้นั้น ก็มีให้เลือกหลากหลาย ทั้ง 1080P หรือ 4K ความกว้างของสี 8 Bit หริอ 10 Bit ในงานที่ต้องการแก้สีเยอะๆ พานาโซนิค ก็แถม V-LOG L มาให้ฟรีๆภายในกล้อง

ในแง่ของกายภาพของตัวกล้องนั้น ก็ออกมาสำหรับงานวิดีโอทั้งสิ้น ทั้งจอภาพที่พับออกมาได้ และสามารถพลิกจอได้โดยไม่ติดช่องเสียบไมค์ ปุ่มควบคุมค่าต่างๆที่มีมาเยอะมาก โดยเฉพาะปุ่ม Fn ที่มีถึง 5 ปุ่ม ในเรื่องของขนาดและน้ำหนักนั้นก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย อุปกรณ์ที่มีน้ำหนัก ในการทำงานที่จริงจังอยู่ในสถานที่ที่โหดๆ เวลาจับถือจะรู้สึกกระชับมือ มีความมั่นใจมาก แต่หาก นำกล้องออกไปถ่ายเล่นนอกสถานที่ มีการถือด้วยมือตลอด หรือ ถ่าย VLOG ที่นิยมในปัจจุบัน ก็ต้องบอกได้เลยว่า ค่อนข้างหนักเลยทีเดียว

ในเรื่องภาพนิ่ง ด้วยเซ็นเซอร์ Live MOS ความละเอียด 20.3 ล้านพิกเซล ทำให้คุณภาพไฟล์นั้นไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง การถ่ายภาพต่อเนื่อง ก็สามารถรัวได้สูงสุด 12 ภาพต่อวินาที หรือหากยังเร็วไม่พอก็ยังสามารถใช้ฟังก์ชั่น 4K Photo หรือ 6K Photo ได้

ตัวอย่างคลิปที่ถ่ายด้วยกล้อง Panasonic Lumix GH5

ขอขอบคุณอุปกรณ์รีวิวจาก Panasonic Siew Sales (Thailand) Co.,Ltd.

แสดงความคิดเห็น