in , ,

รีวิวกล้อง Sony a7III มิเรอร์เลสฟูลเฟรมที่โซนี่บอกว่าเป็น Basic Model !!

ในวันที่ 17-18 มกราคม 2561 ทาง Sony ประเทศไทยได้เชิญหนึ่งในทีมงาน ThePeakFoto ให้บินไกลมาถึงภูเก็ต เพื่อมางานเปิดตัวกล้อง Sony A7III หรือ Sony A7 Mark 3 กล้องฟลูเฟรมระดับ Entry รุ่นใหม่ ที่มีประสิทธิภาพที่ดีมากๆ วันนี้ทีมงานจึงขอพรีวิวตัวกล้อง Sony A7III มาให้ชมกัน จากภูเก็ต พร้อมภาพตัวอย่างสวยๆ

ภาพบรรยากาศงานเปิดตัว Sony A7III ที่ร้านตู้กับข้าว

ก่อนที่จะไปเริ่มทริป ทีมงานขอพรีวิวสั้นๆเกี่ยวกับตัวกล้อง Sony A7III ให้ชมนิดนึงว่าตัวกล้องมีลักษณะเป็นอย่างไรบ้าง

บอดี้ Sony A7III ติดกับ Sony FE 50 mm f/1.8

Sony A7III มาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสขนาด 3 นิ้วความละเอียด 921,600 จุด สามารถจิ้มหน้าจอสัมผัสเพื่อโฟกัสได้

ด้านข้างขวาเป็นที่ใส่ SD Card ความเร็วสูงสุด UHS-II (เฉพาะการ์ดใบแรก) ซึ่งส่วนตัวปลื้มมากๆ เพราะแทบไม่เจออาการ Writing to memory card เลย และยังสามารถปรับแต่งเวลา รูปภาพเขียนลงการ์ดได้ ส่วนตัวผมใช้การ์ดแรกเป็นถ่าย Raw File และการ์ดใบที่ 2 เป็น JPEG

กริ๊ปออกแบบใหม่ เหมือน Sony A7rIII และ Sony A9 ทำให้มีความกระชับมากกว่ารุ่นเก่าๆ ที่เคยมาเช่นตระกูล Sony A7 Series 2

แบตเตอรี่รุ่นใหม่ NP-ZF1000 ความจุมากกว่าเดิม 2.2 เท่า แต่ในการใช้งานจริงนั้นพบว่าแบตเตอรี่ทนทานกว่าเดิม 3-5 เท่า (แล้วแต่สถานการณ์) เพราะระบบประมวลผลรุ่นใหม่ ที่กินไฟน้อยลงมาก

อย่างวันที่ทีมงานมาทดสองที่ภูเก็ตนั้น ถ่ายไปประมาณ 1,400 รูป แบตเตอรี่ก็ยังเหลือประมาณ 40% โดยถ่าย Raw + JPEG

ด้านข้างมีพอร์ต USB Type C, Multi Port, Micro HDMI, ช่องเสียบหูฟังและไมโครโฟน

ด้านหลังที่พิเศษเพิ่มเข้ามานั้นก็คือตัว Joystick และมีปุ่มต่างๆที่ใหญ่ขึ้น

ปุ่มวิดีโออยู่หลังกล้อง ไม่ได้อยู่ด้านขวาเหมือนรุ่นเก่าๆ

Sony A7 III มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ Exmor R ความละเอียด 24.2 MP โดยมีคุณภาพที่ดีกว่ารุ่นเก่าพอสมควร เพราะได้ออกแบบใหม่ ให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น แถมยังมี Bionx X รุ่นใหม่ ที่ประมวลผลได้เร็วกว่าเดิม โฟกัสได้ดีกว่าเดิม

จบการพรีวิวตัวกล้องกันไปเรียบร้อยแล้ว เรามาเริ่มทริปกันที่ ท่าเรืออ่าวปอ Grand Marina เป็นท่าเรือยอร์ช

ณ​ ท่าเรืออ่าวปอ Grand Marina

บนเรือยอร์ชนั้นได้มีนางแบบมาให้ช่างภาพ และสื่อมวลชนได้เข้ามาถ่ายรูปกัน

ภาพโดยเลนส์ Sony FE 50 mm f/1.4 Zeiss โหมดสี Portrait

ภาพโดยเลนส์ Sony FE 50 mm f/1.4 Zeiss โหมดสี Portrait

ภาพโดยเลนส์ Sony FE 50 mm f/1.4 Zeiss โหมดสี Portrait

เมื่อเราถ่ายภาพบนเรือยอร์ชเสร็จแล้ว ก็ลงมาถ่ายภาพกันที่เกาะรังใหญ่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนไม่เยอะมาก เหมาะสำหรับการถ่ายภาพในวันนี้

เริ่มกันด้วยการถ่ายภาพน้าป๋วย TechXcite ทีมงานขอมาซูม 100% ให้ดูถึงความคมชัดเมื่อใช้กับเลนส์ Sony FE 85 mm f/1.8

ต้องบอกเลยว่าไฟล์ภาพ 24.2 ล้านพิกเซล ถือว่าเพียงพอมากๆกับการถ่ายภาพทั่วไป เพราะภาพที่จับภาพหน้าจอมานั้นเป็นซูม 100% ก็ยังเห็นถึงความคมชัด ของเหงื่อ

ต่อมาด้วยถ่ายภาพพี่เฟืองลดา จากเพจ เฟื่องลดา – faunglada  โดยเลนส์ Sony FE 85 mm f/1.8

ภาพถ่ายจากเลนส์ Sony FE 85 mm f/1.8 สี Portrait

วิดีโอ 4K 25P 100 Mbps โดยเลนส์ FE 85 mm f/1.8 โฟกัสต่อเนื่อง ใช้มือถือ Handheld เป็นการทดสอบประสิทธิภาพกันสั่นด้วยเช่นกัน

กลับมาที่เรือยอร์ชก็มาถ่ายรูปพร้อมกับผู้ร่วมทริป

พี่ทวีพงษ์ Sony KOL พร้อมกับ Sony A7III จำนวน 7 ตัว

หลังจากนั้ก็ถ่ายภาพนางแบบโดยรูปนี้เป็นการย้อนแสงจังๆ ทีมงานจึงนำรูปที่ได้มา มาดึง shadow ในภายหลัง ผลปรากฏว่าทำได้ดีมากๆ แม้ว่าจะเป็นไฟล์ JPEG ก็ตาม

ภาพพระอาทิตย์ตกดิน โดยเลนส์ Sony FE 50 mm f/1.4 Zeiss

ลงมาจากเรือทีมงานก็ได้เทส Noise Performance โดยรูปนี้เป็น ISO 25600 โหมดสี Clear
Eye AF ยังคงสามารถทำงานได้

ISO 51200 ขอบคุณนายแบบ น้าป๋วย TechXcite

รูปภาพนี้ทีมงานได้เทสกันสั่นในตัวกล้อง โดยใช้เลนส์ Sony FE 50 mm f/1.4 Zeiss

ถือที่ 1/10 วินาที โดยไม่สั่น

Speed Shutter 1/30 ISO 12800 f/1.4

Speed Shutter 1/10 ISO 12800 f/5

กลับมาที่โรงแรม Pullman Phuket Panwa Beach Resort ทางทีมงาน Sony ได้เตรียมบุฟเฟต์ทะเล มาให้ช่างภาพและสื่อมวลชน พร้อมกับเดิน Fashion Show เพื่อเทสประสิทธิภาพในที่แสงน้อย ถือว่าเป็นการจบวันได้อย่างงดงามเลยทีเดียว

ภาพโดยเลนส์ Sony FE 50 mm f/1.4 Zeiss โหมดสี Portrait ISO 800

ทั้งวันนั้นแบตเตอรี่เหลือประมาณ 42% กับการถ่ายภาพประมาณ 1400 รูป (Raw + JPEG) ถือว่าทำได้ดีมากเลยทีเดียว

วันที่ 2

ในช่วงเช้าเวลาว่างๆ ผมได้ทำการทดสอบแบตเตอรี่สำหรับงานวิดีโอ และอาการร้อนของตัวกล้อง โดยกำหนดเป็นวิดีโอ 4K 25P 100 Mbps โดยพบว่าการถ่ายวิดีโอนั้น ถ่าย 4K 25P 100 Mbps ถ่าย 2 วิดีโอต่อเนื่องกัน พบว่าไม่มีปัญหาใดๆ ส่วนแบตเตอรี่ลดลงมา 18%

ภาพโดยเลนส์ Sony FE 50 mm f/1.4 Zeiss โหมดสี Landscape

ภาพโดยเลนส์ Sony FE 50 mm f/1.4 Zeiss โหมดสี Portrait

เริ่มวันใหม่กับน้าป๋วย TechXcite ก่อนออกเดินทางไปยังในตัวเมือง ทีมงานได้ทดสอบ Eye-AF กับคนที่ใส่แว่นพบว่าสามารถทำงานได้สบายๆ ไม่ต้องกังวล

ภาพโดยเลนส์ Sony FE 50 mm f/1.4 Zeiss โหมดสี Portrait

ภาพนี้ได้ใช้ความเร็วของการถ่ายภาพต่อเนื่องที่มากถึง 10 ภาพต่อวินาที ทำให้สามารถได้ภาพแบบเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น

ภาพโดยเลนส์ Sony FE 24-70 mm f/2.8 GM โหมดสี Landscape  Speed Shutter 1/15 วินาที ทดสอบประสิทธิภาพของระบบกันสั่น

ช่วงบ่ายทีมงานได้เข้ามาในตัวเมืองก็จะพบกับ ตัวเมืองลักษณะเก่า ถือว่าสวยงามมากเลยทีเดียว ใครที่มาภูเก็ตอย่าลืมแวะมาถ่ายภาพ

ภาพโดยเลนส์ Sony FE 24-70 mm f/2.8 GM โหมดสี Landscape

นอกจากเมืองที่สวยแล้ว ทีมงาน Sony ยังจัดนางแบบมาในชุดพื้นเมือง พร้อมเดินถ่ายภายในตัวเมือง

ภาพโดยเลนส์ Zeiss Batis 135 mm f/2.8  โหมดสี Landscape

ภาพโดยเลนส์ Zeiss Batis 135 mm f/2.8  โหมดสี Portrait

ภาพโดยเลนส์ Sony FE 24-70 mm f/2.8 GM โหมดสี Landscape  Speed Shutter 1/15 วินาที ทดสอบประสิทธิภาพของระบบกันสั่น

ภาพโดยเลนส์ Sony FE 24-70 mm f/2.8 GM โหมดสี Landscape

ทดสอบระบบ Eye-AF บนกล้อง Sony A7III

ภาพโดยเลนส์ Sony FE 24-70 mm f/2.8 GM โหมดสี Portrait

โดยรวมนั้น Sony A7III เป็นกล้อง Basic Model ที่โหดมากๆ ทั้งในแง่ คุณภาพไฟล์ ใช้งานระดับ ISO 12800 ได้, วิดีโอระดับ 4K ที่สีสวยมากๆ, การโฟกัสที่ดีกว่ารุ่นเก่าอย่างมาก ลงไปถึงที่แสงน้อยในระดับ -3EV , การควบคุมกล้องที่ดีขึ้นกว่า อาทิ Joystick กริ๊ปที่ใหญ่ขึ้น ระบบการทำงานที่รวดเร็วกว่าเดิม SD Card slot 2 ช่อง, แล้วยังมีแบตเตอรี่ที่ทนระดับต้นๆ ของกล้อง Mirrorless  ทั้งหมดนี้ก็เป็นแค่สเปค

ส่วนประสบการณ์การใช้งานจริงที่หลายๆคนได้ติ กับ Sony รุ่นเก่าๆ ทาง Sony ก็ได้ปรับปรุงมาแทบทั้งหมดที่ทุกคนบ่น อาทิ สีของไฟล์ภาพที่ทำได้ดีกว่าเดิมมาก สามารถจบหลังกล้องได้สบาย,White Balance ที่ไม่ติดเหลืองเท่ารุ่นเก่าๆ แม่นยำขึ้นเยอะมาก, กริ๊ปที่ออกแบบมาได้ดี ไม่เป็นเหลี่ยมเป็นสันเท่ารุ่นเก่า, ความร้อนเมื่อถ่าย 4K แทบไม่มีปัญหาสำหรับรุ่นนี้ บัฟเฟอร์ที่เยอะกว่ารุ่นเดิมเยอะมาก แถมยังสามารถเคลียร์ได้รวดเร็ว และ สามารถปรับแต่งกล้องได้ตอนยังเขียนไฟล์ภาพลง SD Card ตอนยังบันทึกไม่เสร็จ

แม้ว่าข้อดีจะค่อนข้างเยอะ แต่ก็ต้องมีจุดสังเกตอยู่บ้าง เช่น ซิลกันละอองน้ำ มายังไม่เต็มระบบ, ไม่มีแอปเหมือนกล้อง Series 2, EVF กับ คุณภาพหน้าจอที่ไม่ได้ปรับปรุงจากรุ่น Sony A7II  และ โฟกัสยังไม่ได้แม่นเท่า Sony A9 (แต่อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก)

แต่ด้วยราคาที่เปิดออกมาแล้ว บอดี้อยู่ที่ 68,990 บาท และพร้อมเลนส์คิต FE 28-70 mm f/3.5-5.6 OSS ก็ค่อนข้างสมเหตุสมผล หากใครกำลังมองบอดี้กล้องในงบประมาณ 70,000 บาท ต้องการเช็นเซอร์ขนาดใหญ่ สเปคพื้นฐานที่กล้องควรจะมีให้ ทีมงานขอแนะนำ Sony A7III ถือว่าเป็นหนึ่งตัวเลือกที่คุ้มค่ามากเลยทีเดียว

ขอขอบคุณ Sony ประเทศไทย ที่เชิญให้ไปร่วม Test Drive กล้อง Sony A7III ถึงจังหวัดภูเก็ต

แสดงความคิดเห็น